การประมูล 3G เอไอเอส ชนะการประมูล 3จี ความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ด้วยเงิน 14,625 ล้านบาท มีสิทธิเลือกช่วงคลื่นติดกับคลื่นทีโอที ขณะที่ ดีแทค-ทรู เคาะราคาสูงสุดเท่ากัน คือ 13,500 ล้านบาท รวมมูลค่าเข้ารัฐ 41,625 ล้านบาท… เมื่อเย็นวันที่ 16 ต.ค. พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ในฐานะประธานกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ภายหลังการปิดประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ปรากฏว่า บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นผู้เสนอราคาสูงสุดอยู่ที่ 14,625 ล้านบาท จึงชนะและมีสิทธิได้เลือกย่านของคลื่นความถี่ก่อน ขณะที่ บริษัท เรียล มูฟ จำกัด และบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด เสนอราคาสูงสุดเท่ากันที่ 13,500 ล้านบาท จึงทำให้ กสทช.ได้รับเงินในการประมูล 3จี โดย เอไอเอส เลือกคลื่นความถี่ชุดที่ 7-8-9 (G-H-I) โดยทรู เลือกคลื่นความถี่ชุด 4-5-6 (D-E-F) ในขณะที่ ดีแทคเลือกคลื่นความถี่ชุด 1-2-3 (A-B-C) ช่วงคลื่นความถี่ที่ประมูล

ช่วงคลื่นความถี่ที่ประมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงคลื่น  G-H-I เป็นตำแหน่งคลื่นที่ติดกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งาน เพราะซึ่งปัจจุบัน ทีโอที กับ เอไอเอส ถือเป็นบริษัทที่ร่วมสัญญาสัมปทาน และได้มีการแชร์สถานีฐานเพื่อให้บริการร่วมกัน

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ราคาเริ่มต้นต่ำเกินไป นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ราคาตั้งต้นการประมูล ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำหนดที่ 4,314.8 ล้านบาท /5 เมกะเฮิรตซ์ แต่คณะอนุกรรมการ 3จี กสทช.กำหนดคือ 4,500 เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ขณะที่การกำหนดราคาตั้งต้น ต้องดูประโยชน์ของภาครัฐ ผู้บริโภค และผู้ให้บริการ เพื่อให้เกิดความสมดุล ส่วนการประมูล 3จี ครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ฮั้วกันแน่นอน และไม่ได้มีกระบวนการอะไรที่ผิดปกติระหว่างการประมูล

ขณะที่ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก ว่าการประมูลครั้งนี้ไม่ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาต้น.

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้