ประโยคสั้นๆ อย่าง “You’ll find out” (เดี๋ยวก็รู้เอง) ของ Donald Trump ในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา กลายเป็นเชื้อไฟก้อนใหม่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งโลกครับ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การหลุดปากพูดเล่นๆ แบบที่คนชอบคิดกัน แต่มันคือการตอบคำถามตรงๆ ว่าเขาจะไปไกลแค่ไหนเพื่อให้สหรัฐฯ ได้ครอบครอง Greenland — และเขาก็เลือกที่จะ “แทงกั๊ก” เพื่อเปิดทางเลือกให้ตัวเองแบบสุดตัว
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการซื้อที่ดินแปลงใหญ่ แต่มันคือหมากกระดานภูมิรัฐศาสตร์ที่เดิมพันด้วยความมั่นคงของโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
เกิดอะไรขึ้นที่ Davos และทำไมโลกถึงจับตา?
จังหวะเวลาของคำพูดนี้แสบสันมากครับ เพราะมันเกิดขึ้นก่อนที่ Trump จะเดินทางไปร่วมงาน World Economic Forum ที่เมือง Davos ซึ่งเป็นที่รวมตัวของเหล่าผู้นำโลกและมหาเศรษฐี แน่นอนว่าผู้นำยุโรปหลายคนถึงกับนั่งไม่ติด เพราะเรื่อง Greenland กลายเป็นหัวข้อหลักที่ถูกยกมาคุยกันในวงลับแบบเลี่ยงไม่ได้
Trump ส่งสัญญาณชัดเจนว่าเขามี “ตัวเลือก” มากมายอยู่บนโต๊ะ และจะไม่ยอมให้ใครมาจำกัดวิธีการของเขา โดยเฉพาะการใช้ประเด็นเรื่องงบประมาณ NATO หรือความร่วมมือทางทหารมาเป็นเครื่องต่อรองเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เขาต้องการ
ทำไม Greenland ถึงเป็น “ของมันต้องมี” สำหรับสหรัฐฯ?
ถ้ามองผ่านๆ Greenland อาจดูเหมือนเกาะน้ำแข็งร้างๆ แต่ในสายตาความมั่นคงและเศรษฐกิจ ที่นี่คือ “ทำเลทอง” ที่ประเมินค่าไม่ได้ครับ
1. จุดยุทธศาสตร์คุมขั้วโลกเหนือ (The Arctic Gatekeeper)
Greenland ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างอเมริกาเหนือ ยุโรป และรัสเซีย ใครที่คุมเกาะนี้ได้ คือคนที่คุมเส้นทางการบินและเดินเรือในมหาสมุทรอาร์กติก ซึ่งกำลังเป็นเส้นทางขนส่งใหม่ของโลกเมื่อน้ำแข็งละลาย
2. Pituffik Space Base: อัญมณีบนยอดมงกุฎ
สหรัฐฯ มีฐานทัพที่ชื่อว่า Pituffik Space Base (หรือชื่อเดิมที่คุ้นหูคือ Thule Air Base) ตั้งอยู่ที่นี่ครับ ฐานทัพนี้ไม่ได้มีไว้แค่จอดเครื่องบิน แต่เป็นหัวใจหลักของระบบเตือนภัยขีปนาวุธและเฝ้าสังเกตการณ์อวกาศ ภายใต้ข้อตกลงกับเดนมาร์ก สหรัฐฯ มีอำนาจจัดการที่นี่ได้ แต่ Trump อยากได้ “สิทธิขาด” ที่มากกว่าแค่การเช่าหรือขอใช้พื้นที่
3. ขุมทรัพย์ทรัพยากรที่ยังไม่มีใครขุด
ข้อมูลจาก Reuters ระบุว่าภายใต้แผ่นน้ำแข็งมหาศาลนั้น มีแร่ธาตุหายาก (Rare Earth elements) ที่จำเป็นต่อการสร้างเทคโนโลยีล้ำสมัยและรถยนต์ไฟฟ้าอยู่มหาศาล หากสหรัฐฯ คุมที่นี่ได้ ก็เท่ากับตัดหน้าคู่แข่งอย่างจีนไปได้แบบกินขาด
เดนมาร์กและคนพื้นที่คิดยังไง? “คุยได้ทุกเรื่อง…ยกเว้นอธิปไตย”
ปัจจุบัน Greenland เป็นดินแดนภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก แต่มีระบบ Self-Government หรือการปกครองตนเองมาตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งหมายความว่าคน Greenland มีสิทธิเลือกทางเดินของตัวเองในหลายๆ เรื่อง
Mette Frederiksen นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ย้ำคำเดิมมาตลอดว่า “Greenland ไม่ได้มีไว้ขาย” และการพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไร้สาระ (Absurd) อย่างไรก็ตาม ในทางการเมืองยุโรปเริ่มมีความกังวลว่า หากสหรัฐฯ ใช้วิธี “บีบ” ทางเศรษฐกิจ เช่น การตั้งภาษีนำเข้า หรือการขู่ถอนกำลังจาก NATO เพื่อแลกกับข้อตกลงบางอย่างใน Greenland ยุโรปจะรับมือไหวไหม?
เกร็ดน่ารู้: ความพยายามซื้อ Greenland ไม่ใช่เรื่องใหม่ Harry Truman เคยเสนอซื้อมาแล้วในปี 1946 ด้วยราคา 100 ล้านดอลลาร์ (ในสมัยนั้น) แต่เดนมาร์กก็ปฏิเสธไป
ส่องความเป็นไปได้: สหรัฐฯ จะใช้วิธีไหน “ฮุบ” หรือ “คุม”?
เมื่อ Trump บอกว่า “เดี๋ยวก็รู้เอง” นักวิเคราะห์มองว่ามันอาจไม่ได้จบที่การซื้อขายเป็นเงินสด แต่น่าจะเป็น “ดีลลูกผสม” ดังนี้:
- Long-term Lease (การเช่าระยะยาวแบบสิทธิขาด): คล้ายกับกรณี Guantanamo Bay หรือการเช่าพื้นที่ที่ให้สิทธิสหรัฐฯ บริหารจัดการเสมือนเป็นเจ้าของ
- Economic Pressure: ใช้มาตราด้านภาษีและการค้าบีบให้เดนมาร์กยอมเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าไปมีบทบาทด้านทรัพยากรมากขึ้น
- The Independence Route: สนับสนุนให้ Greenland ประกาศเอกราชจากเดนมาร์กอย่างเต็มตัว เพื่อที่สหรัฐฯ จะได้เข้าไปทำสัญญากับรัฐบาลใหม่โดยตรง (ซึ่งอาจจะง่ายกว่าคุยกับเดนมาร์ก)
สรุปสิ่งที่ต้องจับตาในปี 2026
- การประชุมที่ Davos: รอดูว่าจะมีคำแถลงร่วม หรือท่าทีที่อ่อนลงจากฝั่งยุโรปหรือไม่
- งบประมาณ NATO: Trump จะเอาเรื่องนี้มาเป็นเครื่องต่อรองเพื่อกดดันเดนมาร์กหรือไม่
- เสียงจาก Nuuk (เมืองหลวง Greenland): ว่าคนในพื้นที่เริ่มโอนเอียงไปทางผลประโยชน์มหาศาลที่สหรัฐฯ เสนอให้หรือไม่
งานนี้บอกเลยว่า “หนังเรื่องยาว” ครับ คำว่า “You’ll find out” อาจจะเป็นแค่การขู่ หรืออาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแผนที่โลกครั้งใหญ่ที่เราคาดไม่ถึง!
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเด็น Greenland
1. Greenland เป็นประเทศเอกราชแล้วหรือยัง? ยังครับ Greenland เป็นดินแดนที่ปกครองตนเอง (Self-governing territory) ภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก โดยเดนมาร์กยังดูแลเรื่องนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง แต่คนพื้นที่มีรัฐบาลและสภาเป็นของตัวเอง
2. ทำไมสหรัฐฯ ถึงอยากได้ Greenland ตอนนี้ (ปี 2026)? เพราะการแข่งขันในอาร์กติกรุนแรงขึ้นมากครับ ทั้งรัสเซียและจีนพยายามเข้ามามีอิทธิพล การมี Greenland ในครอบครองจะทำให้สหรัฐฯ คุมจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในการสกัดกั้นคู่แข่ง และเข้าถึงทรัพยากรแร่ธาตุหายากที่จำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ
3. คำพูด “You’ll find out” ของ Trump หมายความว่าจะเกิดสงครามไหม? แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดสงครามกับพันธมิตร NATO อย่างเดนมาร์กครับ แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณของ “สงครามเศรษฐกิจ” หรือการทูตแบบบีบบังคับ (Coercive Diplomacy) มากกว่า เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อตกลงที่สหรัฐฯ ได้ประโยชน์สูงสุด

