Wednesday, February 11, 2026
25.9 C
Bangkok

ดีล TikTok สไตล์ Trump: สัดส่วนนักลงทุนสหรัฐฯ ครองราว 80% เกมใหม่ของอัลกอริทึม–ดาต้า–คอนเทนต์

ดีลใหญ่ของ TikTok ในสหรัฐฯ กลายเป็น “หนังภาคต่อ” ที่ยืดเยื้อข้ามปี จนล่าสุดมีความคืบหน้าชัดเจนว่าโมเดลใหม่จะให้ “กลุ่มนักลงทุนสหรัฐฯ” เข้ามาถือควบคุมกิจการในสัดส่วน “โดยประมาณราว 80%” ขณะที่ ByteDance ยังถือสัดส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นเดี่ยวรายใหญ่ (ตัวเลขใกล้ ~19.9% ตามรายงานบางสำนัก) และมีการจัดวางระบบกำกับดูแล–ความปลอดภัยข้อมูลแบบตั้งอยู่ในสหรัฐฯ มากขึ้น ดีลนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกฎหมายสหรัฐฯ ที่บังคับให้ต้องแยกการถือครอง (divest) ไม่เช่นนั้นแอปอาจถูกสั่งห้ามใช้งานในประเทศ ส่งผลให้ทั้งฝั่งการเมือง ความมั่นคง และอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด (อัปเดต 17 กันยายน 2025; เส้นตายการปิดดีลถูกยืดไปถึง 16 ธันวาคม 2025)

สรุปสั้น ๆ ก่อนลงลึก

• ใครคุมบังเหียน: คอนซอร์เทียมนักลงทุนสหรัฐฯ (มีชื่ออย่าง Oracle, Silver Lake, Andreessen Horowitz ในรายงานหลายสำนัก) จะถือสัดส่วนรวม “ประมาณ 80%” เพื่อควบคุมธุรกิจฝั่งสหรัฐฯ
• ดาต้าอยู่ไหน: โครงสร้างดาต้าผู้ใช้ในสหรัฐฯ จะถูกโฮสต์–ดูแลในประเทศ (มีบทบาทของ Oracle Data Centers ใน Texas ตามรายงาน) พร้อมแยกระบบจาก ByteDance ชัดขึ้น
• อัลกอริทึมยังไง: ประเด็นละเอียดอ่อนคืออัลกอริทึมจากจีนอาจเดินหน้าด้วยดีล “ลิขสิทธิ์ใช้งาน (licensing)” สำหรับเวอร์ชันสหรัฐฯ ซึ่งทำให้จีนยังมีอิทธิพลทางเทคโนโลยีบางส่วนผ่านสัญญาอนุญาตใช้ แม้ตัวการควบคุมเชิงพาณิชย์จะไปอยู่ที่สหรัฐฯ
• เส้นเวลา: มีสัญญาณว่าอาจปิดดีลเชิงพาณิชย์ในกรอบ 30–45 วัน ขึ้นกับการเคลียร์รายละเอียดกฎระเบียบ–ความมั่นคง ก่อนถึงเส้นตาย 16 ธ.ค. 2025

ตารางสรุปโครงสร้างดีล (ฉบับเข้าใจง่าย)

หัวข้อ รายละเอียด (ฉบับย่อ)
โครงสร้างผู้ถือหุ้น นักลงทุนสหรัฐฯ ครอง “ประมาณ 80%” / ByteDance ใกล้ ~20% (ตัวเลขอาจขยับตามร่างสุดท้าย)
การกำกับดูแล บอร์ดส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน มีมาตรการกำกับด้านความมั่นคง–คอนเทนต์สำหรับตลาดสหรัฐฯ
ดาต้า เก็บ–ประมวลผลในสหรัฐฯ ภายใต้ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐฯ
อัลกอริทึม ใช้โมเดล “สิทธิ์ใช้งาน (license)” จากฝั่งจีนสำหรับแอปในสหรัฐฯ (รายละเอียดสัญญาเป็นจุดละเอียดอ่อน)
เส้นตาย 16 ธ.ค. 2025 (ตามคำสั่งขยายเส้นตายล่าสุด)
ช่วงคาดปิดดีล โดยประมาณ 30–45 วันนับจากสัปดาห์นี้ หากผ่านด่านกำกับดูแล

 

ดีลนี้เปลี่ยนอะไรสำหรับคนใช้งาน–ครีเอเตอร์–แบรนด์

  1. ความต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม: โอกาสที่ TikTok ยังเดินต่อในสหรัฐฯ สูงขึ้นมาก ส่งผลให้ครีเอเตอร์อเมริกันไม่ต้องย้ายฐานผู้ติดตามแบบเร่งด่วน ขณะที่แบรนด์–เอเจนซีสามารถวางแผนคอนเทนต์ เผยแพร่แคมเปญ และลงงบสื่อโดยไม่สะดุด

  2. ความปลอดภัยข้อมูล: การตั้งดาต้าในสหรัฐฯ และการกำกับดูแลโดยผู้เล่น–บอร์ดฝั่งอเมริกัน จะทำให้ “ความเชื่อมั่น” ของผู้กำกับดูแลดีขึ้น ทั้งในแง่ความเป็นส่วนตัวและการเข้าถึงข้อมูลโดยรัฐต่างชาติ

  3. อัลกอริทึมคือหัวใจ: ต่อให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นเปลี่ยน แต่ “ฟีดแนะนำ” ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ TikTok ยังผูกกับอัลกอริทึม หากดีลลิขสิทธิ์ทำให้เวอร์ชันสหรัฐฯ ใช้เทคโนโลยีแกนเดียวกับของ ByteDance (แต่เทรนบนดาต้าในประเทศ แยกอินฟราสตรักเจอร์) ก็ยังคง “คาแรกเตอร์การเติบโตแบบ TikTok” เอาไว้ได้ แต่อาจมีเกณฑ์ตรวจสอบ–โปร่งใสเพิ่ม

  4. ความเสี่ยงด้านนโยบาย: ฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ยังจับตาเรื่อง “อิทธิพลข้ามพรมแดน” ของอัลกอริทึม, การกลั่นกรองคอนเทนต์ และการป้องกันปฏิบัติการข้อมูล (information ops) ดีลนี้จึงอาจถูก “สอบเข้ม” ทั้งจากทำเนียบขาว, หน่วยงานความมั่นคง, ไปจนถึงคณะกรรมาธิการรัฐสภาที่เกี่ยวข้อง

  5. การแยกแอป/ย้ายผู้ใช้: มีรายงานว่าทีมงานอาจให้ผู้ใช้ “ย้าย” ไปยังแอปเวอร์ชันสหรัฐฯ ที่แยกระบบอัลกอริทึม–ดาต้าออกจากเดิม หากเกิดขึ้นจริง แบรนด์ควรวางแผนดูดซับฐานผู้ติดตาม (migration playbook) ล่วงหน้า เช่น ปักโพสต์แจ้งย้าย, ทำคอนเทนต์พิเศษ, แจกสิทธิพิเศษช่วงย้ายค่าย ฯลฯ

ผลกระทบเชิงธุรกิจ–สื่อโฆษณา


• งบโฆษณาดิจิทัล: ความไม่แน่นอนลดลง เอเจนซี–แบรนด์สามารถล็อกแผนสื่อ Q4 2025–Q1 2026 ได้มั่นใจขึ้น โดยเฉพาะแคมเปญซีซันปลายปี (Holiday) และต้นปี (New Year)
• CPM/CPA: หากแรงกังวลด้านกฎระเบียบคลายลง อุปสงค์โฆษณาฝั่งสหรัฐฯ อาจเร่งตัวขึ้นชั่วคราว ส่งผลให้ CPM ขยับ แต่ประสิทธิภาพ (ดูจาก CPA/ROAS) น่าจะดีขึ้นตามอัลกอริทึมที่ยัง “แรง”
• แพลตฟอร์มคู่แข่ง: YouTube Shorts, Reels, Snap, และบริการสั้นอื่น ๆ จะยังกดดันกันต่อเนื่อง แต่ดีลนี้ทำให้ TikTok ไม่หลุดเกมในตลาดสหรัฐฯ

เช็กลิสต์สำหรับนักการตลาด–ครีเอเตอร์ (ทำเลย ไม่ต้องรอ)

  1. Back-up audience: ดึงรายชื่อแฟน ๆ ไปไว้ในช่องทางเสริม (อีเมล, ชุมชน Discord/Telegram, IG Broadcast) เผื่อเกิดการย้ายแอป

  2. Content ID & Rights: ตรวจสิทธิ์เพลง–คลิปให้ชัดเพื่อเลี่ยงปัญหากฎหมายเมื่อระบบโฮสต์/ลิขสิทธิ์เปลี่ยน

  3. First-party Data: เก็บข้อมูลแบบยินยอม (consented) ผ่านแลนดิ้งเพจ/มินิไซต์ เพื่อกันความเสี่ยงแพลตฟอร์ม

  4. Measurement Plan: เตรียมแดชบอร์ดเปรียบเทียบเมตริกก่อน–หลังย้าย (Reach, Watch time, Engagement, Conversion)

  5. Brand Safety: อัปเดต “คำต้องห้าม/หมวดต้องระวัง” ให้ตรงกับข้อกำกับใหม่ของเวอร์ชันสหรัฐฯ

ประเด็นอ่อนไหวที่ยังต้องลุ้น


• สัญญาอัลกอริทึม: รายละเอียด license–สิทธิ์แก้ไข–สิทธิ์ตรวจสอบ และเกณฑ์โปร่งใส (auditability) จะเป็นตัวชี้ชะตาความพอใจของหน่วยงานความมั่นคง
• โครงสร้างบอร์ด: สัดส่วนกรรมการอิสระ–บทบาทรัฐ–กระบวนการคอมพลายแอนซ์ด้านคอนเทนต์
• ไทม์ไลน์กฎระเบียบ: แม้ดีลการเมืองจะตกผลึก แต่ยังต้องผ่าน “ด่านอนุมัติ” หลายขั้น จึงเป็นความเสี่ยงเชิงเวลา
• ประสบการณ์ผู้ใช้: หากมีการย้ายแอปจริง ๆ ต้องทำให้ “ไร้รอยต่อ” ไม่ให้เสียกราฟการเติบโตของครีเอเตอร์–แบรนด์

ไทม์ไลน์ย่อ (ตามรายงานหลายสำนัก)


• 2024: สหรัฐฯ ผ่านกฎหมายกดดันให้แยกกิจการ หรือเผชิญข้อจำกัดการใช้งาน
• ต้น–กลาง 2025: เจรจาดีลหลายรอบ สะดุดด้วยประเด็นการเมือง–ภาษี–อัลกอริทึม
• 17 ก.ย. 2025: รายงานชี้ชัดทางออก “นักลงทุนสหรัฐฯ คุมราว 80%” พร้อมกรอบปิดดีล 30–45 วัน
• 16 ธ.ค. 2025: เส้นตายใหม่ในการปิดดีล–เคลียร์กฎระเบียบ

มุมมองผู้เขียน


ถ้าโมเดล “US investors control + US data + algorithm licensing” ปิดจบได้จริง จะเป็นชัยชนะเชิงโครงสร้างสำหรับ “ความต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม” และ “ความเชื่อมั่นของนักลงโฆษณา” เพราะแก้โจทย์ท้าทายที่สุดสองเรื่องคือ ดาต้ากับความมั่นคง ส่วนเรื่องอัลกอริทึม แม้ยังเป็นพื้นที่สีเทา แต่ถ้าตั้งกลไกตรวจสอบ–โปร่งใสพอ และเทรนบนดาต้าในสหรัฐฯ อย่างเข้มงวด ก็น่าจะพอสร้างสมดุลได้ ระยะสั้น ผู้ใช้แทบไม่รู้สึกต่าง (ฟีดยังแรงเหมือนเดิม) ระยะยาวต้องวัดกันว่า “กติกาใหม่” จะทำให้นิเวศครีเอเตอร์–แบรนด์เติบโตอย่างยั่งยืนหรือไม่

สรุป


ดีล TikTok เวอร์ชันสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าไปสู่สูตร “คุมโดยนักลงทุนอเมริกัน + ดาต้าในประเทศ + อัลกอริทึมแบบลิขสิทธิ์” ซึ่งแก้ความเสี่ยงเชิงกฎหมายและความมั่นคงส่วนใหญ่ เหลือเพียงรายละเอียดระดับสัญญาและการอนุมัติทางการกำกับดูแลเท่านั้นที่ยังต้องลุ้น หากผ่านฉลุย เราน่าจะได้เห็น TikTok กลับมา “โฟกัสโปรดักต์–ครีเอเตอร์–เม็ดเงินโฆษณา” เต็มตัวในปี 2026

อัพเดท! ก่อนใคร

เรื่องราวเจ๋งๆ ล้ำๆ สดใหม่ถึงคุณโดยตรงเพียงแค่กรอก Email ไว้เท่านั้น

This field is required.

รายละเอียดเงื่อนไขที่ privacy policy.

Hot this 48 hr.

YouTube เอาจริง! เพิ่มฟีเจอร์คุมเด็กไถ Shorts แบบเข้ม ๆ บล็อกไม่ให้ดูเลยก็ได้นะแม่!

ช่วงนี้ใครมีน้อง มีลูก หรืออยู่บ้านเดียวกับวัยรุ่นน่าจะเข้าใจฟีล “ตั้งใจจะดูคลิปความรู้ 5 นาที… แต่เผลอไถ Shorts ยาวเป็นชั่วโมง”...

Gmail อินบ็อกซ์แตก! เมลขยะทะลัก-แจ้งเตือนมั่ว Google ยันแก้แล้ว แต่ต้องระวังอะไรบ้าง?

ถ้าเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (24-25 มกราคม 2026) คุณเปิด Gmail ขึ้นมาแล้วรู้สึกอยากจะร้องกรี๊ด เพราะอินบ็อกซ์ที่เคยจัดระเบียบไว้ดิบดีกลับ "เละ"...

เมื่อ GPT-5.2 ดันไปอ้าง Grokipedia ของเฮีย Elon: วงการ AI กำลังพาเราไปเจอ “ความจริง” แบบไหนกันแน่?

กลายเป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออกในวงการ AI ไปซะแล้วครับ เมื่อโมเดลตัวท็อปอย่าง GPT-5.2 ของ OpenAI ที่เราไว้ใจกันนักหนา ดันถูกจับได้ว่าแอบไปคัดลอกหรืออ้างอิงข้อมูลจาก...

Microsoft ออกแพตช์ด่วนรอบ 2! แก้บั๊ก Outlook ค้าง-เด้งระเบิด หลังอัปเดต Windows 11 ม.ค. 2026

ใครที่ใช้ Windows 11 แล้วช่วงนี้รู้สึกว่าชีวิตวุ่นวาย เพราะเปิด Outlook แล้วค้างบ้าง เด้งบ้าง หรือส่งเมลแล้วหายไปในหลุมดำ...

Jeep Recon 2026: อสูรกาย EV สายลุย 650 แรงม้า! เมื่อตำนานออฟโรดขอไม่ง้อน้ำมัน (เจาะลึกสเปก)

Jeep Recon รถเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม่จากค่าย Jeep เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในฐานะ “รถลุยไฟฟ้าเต็มระบบ” ที่บอกเลยว่าฉีกทุกกฎของรถ EV เดิมๆ...

Topics

Chrome เริ่มมี “Nano Banana” แล้ว: Google ยัดตัวสร้าง/แก้รูป AI เข้าเบราว์เซอร์แบบเนียนๆ (และมันเปลี่ยนเกมคอนเทนต์ยังไง)

ช่วงนี้ถ้าใครสังเกตดูจะเห็นว่า Google เดินเกม “ทำให้เบราว์เซอร์ฉลาดขึ้น” แบบดุดันไม่เกรงใจใครเลยครับ ล่าสุดมีรายงานแรงๆ ว่า Google กำลังทยอยเอาเครื่องมือสร้างรูปและแต่งรูปด้วย...

ลาก่อนตำนาน! Tesla จ่อปลดระวาง Model S / Model X ปี 2026 ทุ่มงบปั้นหุ่น Optimus แทน… นี่คือจุดจบของยุคขายรถ?

ถ้าพูดถึงรถที่เป็น "หน้าเป็นตา" และสร้างชื่อให้ Tesla จนคนทั้งโลกรู้จัก ความดีความชอบคงหนีไม่พ้น Model S ซีดานตัวแรงที่เปลี่ยนภาพลักษณ์รถไฟฟ้าจาก...

Siri สายเลือด Gemini กำลังจะมา! ลือสนั่น Apple เตรียมเดโมกุมภาพันธ์นี้… สรุปชัดๆ iPhone จะฉลาดขึ้นแค่ไหน?

เตรียมตัวบอกลา Siri คนเดิมที่ชอบตอบว่า "นี่คือสิ่งที่ฉันพบในเว็บ" ได้เลยครับ! เพราะนาทีนี้ข่าวลือที่หนาหูที่สุดในวงการ Tech คือ Apple...

Related Articles

Popular Categories

spot_img