เปิดฉากปี 2026 มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงจริงๆ ครับ สำหรับ “พี่ทอง” ของเรา หลังจากที่วนเวียนสร้างฐานอยู่นาน ล่าสุดในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ ราคาทองคำ (XAU/USD) ได้ทำสิ่งที่หลายคนเคยคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน นั่นคือการทะลุผ่านปราการทางจิตวิทยาที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไปเรียบร้อยแล้ว!
ตอนนี้คำถามในวงการไม่ใช่แค่ว่า “ทองจะขึ้นไหม?” แต่เป็น “มันจะพุ่งไปถึง 5,400 หรือ 6,000 ดอลลาร์เลยหรือเปล่า?” วันนี้เรามาถอดรหัสกันว่าทำไมรอบนี้ถึงดูเป็น “ของจริง” และมีจุดไหนที่ต้องระวังบ้าง
1. ทำไมรอบนี้ถึง “พุ่งแรง” แบบฉุดไม่อยู่?
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เวลาดอกเบี้ยจริง (Real Yields) พุ่งสูง ทองมักจะจอดป้าย แต่ปี 2026 นี้ กฎเกณฑ์เดิมๆ เหมือนจะใช้ไม่ได้ผลครับ ตามรายงานจาก TradingNEWS เรากำลังเห็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Debasement Trade” หรือความกังวลว่าค่าเงินกระดาษกำลังถูกลดทอนคุณค่าลงจากนโยบายการคลังและหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ปัจจัยบวกที่มาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย:
- พรีเมียมความเชื่อมั่น: นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับ “เสถียรภาพทางการเงิน” มากกว่าตัวเลขดอกเบี้ย เพราะถึงดอกเบี้ยจะสูง แต่ถ้าหนี้สาธารณะของประเทศมหาอำนาจยังคุมไม่ได้ ทองคำจึงกลายเป็นที่พักเงินที่ปลอดภัยที่สุด
- ธนาคารกลางแห่เก็บของ: ไม่ใช่แค่รายย่อยครับ แต่ธนาคารกลางทั่วโลก (Central Banks) ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเข้าคลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์
- Geopolitical Tension: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่นอยู่ทั่วโลก เป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้คนไม่กล้าปล่อยมือจากทองคำ
2. ส่องเป้าหมาย: 5,400 และ 6,000 มีที่มายังไง?
นักวิเคราะห์สายเทคนิคจากหลายสำนักเริ่มกางกราฟและชี้ไปที่เป้าหมายเดียวกัน โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้ครับ:
| เป้าหมายราคา (USD) | ประเภท | คำอธิบายจากนักวิเคราะห์ |
| 5,150 | ระยะสั้น (Q1) | เป้าหมายพื้นฐานหากยืนเหนือ 5,000 ได้มั่นคง |
| 5,300 – 5,400 | Measured Move | คำนวณจากการ Breakout ทรง Ascending Triangle (สามเหลี่ยมมุมฉาก) ที่ฐาน 4,400 |
| 6,000 | Bullish Case | กรณีที่แรงหนุนจาก ETF และธนาคารกลางยังไม่แผ่ว (BofA และ Reuters มองว่ามีความเป็นไปได้) |
ทาง TradingNEWS วิเคราะห์ว่ากราฟรายสัปดาห์เพิ่งจะเริ่ม “เฟสเร่ง” (Acceleration Phase) เท่านั้น หลังจากที่อัดอั้นสะสมพลังมานาน การเบรกเอาต์รอบนี้จึงค่อนข้างมีนัยสำคัญ
3. บทเรียนจาก Türkiye: เมื่อทองคำไม่ใช่แค่เครื่องประดับ
กรณีศึกษาที่น่าสนใจมากจาก TradingNEWS คือสถานการณ์ใน Türkiye ครับ เมื่อค่าเงินท้องถิ่นอ่อนค่าอย่างหนัก ทองคำในประเทศพุ่งไปถึง 7,049 TRY ต่อกรัม ส่งผลให้คนใน Istanbul และเมืองใหญ่ๆ มองทองคำเป็น “สินทรัพย์งบดุล” ของครอบครัวไปแล้ว
นี่คือภาพสะท้อนว่า ในโลกที่ความผันผวนของค่าเงินสูงขึ้นเรื่อยๆ ทองคำจะถูกเปลี่ยนสถานะจาก “ของฟุ่มเฟือย” กลายเป็น “เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง” ที่ทุกคนต้องมีติดตัวไว้
4. กางแผนรับมือ: แนวรับสำคัญที่ห้ามหลุด!
ขึ้นแรงได้ ก็ย่อแรงได้ครับ! ใครที่คิดจะกระโดดเข้าตอนนี้ต้องเผื่อใจไว้บ้าง เพราะการพักฐานระดับ 500–800 ดอลลาร์ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อหากมีปัจจัยลบมากระทบ เช่น ธนาคารกลางกลับมาใช้นโยบายสายโหด (Hawkish) แบบกะทันหัน
ระดับราคาที่ต้องเฝ้าระวัง (Technical Levels):
- 4,900 – 4,950: แนวรับแรกที่สำคัญมาก ถ้าหลุดตรงนี้อาจมีการ Panic Sell สั้นๆ
- 4,720: แนวรับเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น (Short-term Moving Average)
- 4,572: จุดวัดใจสุดท้ายของขาขึ้นรอบนี้ ตามมุมมองจาก FXEmpire
บันทึกเตือนสติ: การลงทุนในทองคำช่วงที่ราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) มีความเสี่ยงสูงเสมอ อย่าลืมวางแผนการเงินและจุดตัดขาดทุนให้ชัดเจนนะครับ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทองคำปี 2026
1. ทำไมทองถึงยังขึ้นได้ ทั้งที่ดอกเบี้ยก็ยังไม่ได้ต่ำมาก? เพราะรอบนี้ตลาดกังวลเรื่อง “ความน่าเชื่อถือของระบบการเงิน” และ “หนี้สาธารณะ” มากกว่าครับ นักลงทุนยอมจ่ายพรีเมียมเพื่อถือทองคำ เพราะเชื่อว่าทองคำไม่มีความเสี่ยงทางการคลังเหมือนพันธบัตรรัฐบาลในระยะยาว
2. เป้าหมาย 6,000 ดอลลาร์ เป็นไปได้จริงไหม หรือแค่ปั่นกระแส? ในเชิงเทคนิคมีโอกาสครับ โดยเฉพาะถ้ากระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำกลับมาพุ่งสูงเหมือนปี 2020-2021 อย่างไรก็ตาม เลข 6,000 ถือเป็น Bullish Scenario หรือกรณีที่ทุกอย่างเป็นใจจริงๆ ซึ่งสื่อใหญ่อย่าง Reuters ก็ระบุว่ามีนักวิเคราะห์บางส่วนมองระดับนี้ไว้ในปี 2026-2027
3. ถ้าทองเกิดย่อตัวกะทันหัน ควรทำอย่างไร? ให้สังเกตโซน 4,900 ดอลลาร์เป็นหลักครับ หากราคาลงมาทดสอบแล้วมีแรงซื้อคืนทันที แสดงว่าเทรนด์ขาขึ้นยังแข็งแกร่ง แต่ถ้าหลุดยาวไปถึง 4,700 อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดต้องการพักฐานใหญ่เพื่อสะสมพลังใหม่นั่นเอง


