ใครที่ใช้ Windows 11 แล้วช่วงนี้รู้สึกว่าชีวิตวุ่นวาย เพราะเปิด Outlook แล้วค้างบ้าง เด้งบ้าง หรือส่งเมลแล้วหายไปในหลุมดำ บอกเลยว่าคุณไม่ได้คิดไปเองครับ! เพราะล่าสุด Microsoft เพิ่งส่งอัปเดตฉุกเฉินนอกตาราง (Out-of-band หรือ OOB) รอบที่สองของเดือนมกราคม 2026 มาให้พวกเรากดอัปเดตกันแล้ว เพื่อแก้ปัญหา Outlook classic พังพินาศหลังจากลงแพตช์ต้นเดือนที่ผ่านมา
เกิดอะไรขึ้นกับ Windows 11 และ Outlook?
ต้นเรื่องมันเริ่มจากแพตช์ Patch Tuesday เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2026 ที่ผ่านมาครับ พอหลายคนอัปเดตปุ๊บ ปรากฏว่า Outlook (โดยเฉพาะเวอร์ชันคลาสสิกที่พวกเราคุ้นเคย) เริ่มมีอาการ “งอแง” อย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ตั้งค่าอีเมลแบบ POP account หรือพวกที่เน้นเก็บไฟล์ PST (ไฟล์ฐานข้อมูลอีเมล) ไว้ในเครื่อง
อาการที่เจอกันจนท้อใจคือ:
- เปิด Outlook ไม่ขึ้น หรือขึ้นว่า “Not Responding” บ่อยจนทำงานไม่ได้
- พอกดปิดโปรแกรมไปแล้ว แต่มันดัน “ปิดไม่สนิท” (แฮงก์ค้างอยู่ในระบบ) จะเปิดใหม่ก็ไม่ได้ ต้องไปไล่ปิดใน Task Manager หรือรีสตาร์ทเครื่องสถานเดียว
- ส่งอีเมลไปแล้ว แต่ในโฟลเดอร์ Sent Items กลับว่างเปล่า (ทั้งที่เมลไปถึงผู้รับนะ)
- เมลดาวน์โหลดซ้ำไปซ้ำมา จนกล่องจดหมายรกไปหมด
ตัวต้นเหตุ: เมื่อ PST ปะทะ OneDrive/Dropbox
จากการตรวจสอบพบว่า จุดร่วมที่ทำให้เกิดปัญหานี้คือ “การเก็บไฟล์ PST ไว้บน Cloud Storage” เช่น OneDrive หรือ Dropbox ครับ
Microsoft อธิบายว่าแพตช์เจ้าปัญหาก่อนหน้านี้ ไปทำให้ระบบการอ่าน-เขียนไฟล์บน Cloud-backed storage มันรวน ส่งผลให้แอปอย่าง Outlook ที่ต้องคอยดึงข้อมูลจากไฟล์ PST ตลอดเวลาเกิดอาการ “สะอึก” พยายามจะซิงก์ไฟล์แต่ซิงก์ไม่ผ่าน สุดท้ายก็ค้างเติ่งไปทั้งโปรแกรมนั่นเอง
วิธีแก้: อัปเดตฉุกเฉิน KB5078127 (OOB)
เพื่อไม่ให้เสียชื่อเจ้าพ่อซอฟต์แวร์ Microsoft เลยรีบปล่อยแพตช์ฉุกเฉินรอบที่ 2 ออกมาในวันที่ 24 มกราคม 2026 โดยมีรหัสหลักสำหรับ Windows 11 24H2 และ 25H2 คือ KB5078127 อัปเดตตัวนี้ถูกสร้างมาเพื่อแก้บั๊กการเปิด/เซฟไฟล์บน OneDrive และ Dropbox โดยเฉพาะ ซึ่งจะไปปลดล็อกให้อาการ Outlook ค้างหายเป็นปลิดทิ้ง นอกจากนี้ยังมีแพตช์สำหรับเวอร์ชันอื่น ๆ อย่าง Windows 10 (22H2/23H2) และ Windows Server ด้วยเช่นกัน
ต้องกดอัปเดตเลยไหม? (แนะนำจากใจ)
- ถ้าคุณเจอปัญหา Outlook ค้าง: กดอัปเดต “ทันที” แบบไม่ต้องสืบครับ เข้าไปที่ Settings > Windows Update แล้วเช็คดูว่ามี KB5078127 (หรือเลขที่ใกล้เคียงสำหรับเวอร์ชันของคุณ) รออยู่ไหม ถ้ามีก็จัดเลย
- ถ้าการใช้งานยังปกติดี: จริง ๆ จะข้ามไปก่อนแล้วรออัปเดตใหญ่รอบหน้า (กุมภาพันธ์) ก็ได้ครับ เพราะอัปเดต OOB มักเน้นแก้ปัญหาเฉพาะจุดที่รุนแรง ไม่ได้มีฟีเจอร์ใหม่หวือหวา
ทริคแก้ขัดระหว่างรออัปเดต:
- ย้ายไฟล์ PST ออกจากโฟลเดอร์ที่ซิงก์กับ OneDrive มาไว้ที่โฟลเดอร์ธรรมดาในเครื่องก่อน
- สลับไปใช้ Outlook on the web (เปิดผ่านเบราว์เซอร์) แทนชั่วคราว
- ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์บริษัท แนะนำให้สะกิดพี่ ๆ IT Admin ให้ช่วยดู เพราะบางทีนโยบายบริษัทอาจจะบล็อกการอัปเดตเองไว้ครับ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Outlook พังรอบนี้
1. อัปเดตฉุกเฉิน (OOB) คืออะไร ถ้าไม่ลงเครื่องจะพังไหม? ตอบ: OOB ย่อมาจาก Out-of-band คือแพตช์ที่ Microsoft ปล่อยออกมาเป็นพิเศษนอกรอบปกติ (Patch Tuesday) เพราะเจอบั๊กที่รุนแรงหรือกระทบคนหมู่มากจนรอเป็นเดือนไม่ไหว ถ้าไม่ลงเครื่องก็ไม่พังครับ แต่อาจจะรำคาญที่ Outlook ค้างจนทำงานไม่ได้เท่านั้นเอง
2. ทำไม Microsoft ถึงไม่แนะนำให้เก็บไฟล์ PST ไว้บน OneDrive ตั้งแต่แรก? ตอบ: จริง ๆ แล้ว Microsoft ไม่แนะนำให้ใช้ไฟล์ PST ที่ “เปิดใช้งานอยู่” บนพื้นที่ซิงก์คลาวด์มานานแล้วครับ เพราะไฟล์ PST มีโครงสร้างซับซ้อนและมีการเขียนข้อมูลตลอดเวลา พอไปเจอการซิงก์ของ OneDrive มันจะแย่งสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์กัน จนทำให้ไฟล์เสียหรือแอปค้างได้ง่ายมาก
3. ถ้าอัปเดต KB5078127 แล้วยังไม่หาย ต้องทำยังไงต่อ? ตอบ: ให้ลองสร้าง Outlook Profile ใหม่ดูครับ เพราะบางทีตัวไฟล์ Config อาจจะเพี้ยนไปแล้ว หรืออีกวิธีที่ได้ผลชัวร์คือการย้ายไฟล์ PST มาไว้ในไดรฟ์ C: โดยตรง (ไม่ผ่าน OneDrive) แล้วค่อยตั้งค่าให้ Outlook ชี้มาที่นี่แทนครับ


