เตรียมตัวบอกลา Siri คนเดิมที่ชอบตอบว่า “นี่คือสิ่งที่ฉันพบในเว็บ” ได้เลยครับ! เพราะนาทีนี้ข่าวลือที่หนาหูที่สุดในวงการ Tech คือ Apple กำลังซุ่มทำ “Siri ใหม่” ที่มีขุมพลังระดับโลกอย่าง Google Gemini มาเป็นแบ็คเคนด์ให้ โดยมีรายงานว่าเราอาจจะได้เห็นการ “โชว์ของ” ครั้งแรกในช่วงครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี้แล้ว!
การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การอัปเดตขำๆ แต่มันคือการเปลี่ยน “สมอง” ของผู้ช่วยอัจฉริยะบน iPhone ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา วันนี้ผมจะสรุปให้ฟังแบบเน้นๆ ว่าไทม์ไลน์เป็นยังไง แล้วชีวิตคนใช้ iPhone อย่างเราจะเปลี่ยนไปแค่ไหนครับ
ทำไมดีล Apple x Google ถึงสั่นสะเทือนวงการ?
หลายคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว! แล้ว Apple Intelligence ที่คุยไว้ล่ะ? จริงๆ แล้ว Apple ยังคุมบังเหียนเรื่อง “ประสบการณ์ผู้ใช้” และ “ความเป็นส่วนตัว” เหมือนเดิมครับ แต่เขาเลือกใช้ Gemini ของ Google มาเป็น “เครื่องยนต์” หลักในส่วนของ Apple Foundation Models เพื่อให้ Siri มีความสามารถในการประมวลผลภาษาที่ซับซ้อนได้ทัดเทียมกับคู่แข่งนั่นเอง
เจาะไทม์ไลน์: กุมภาพันธ์นี้แค่เริ่มต้น ของจริงรออยู่กลางปี
ตามรายงานจากสายข่าววงในอย่าง Bloomberg และ Reuters ภาพรวมของปี 2026 จะแบ่งเป็นสเต็ปแบบนี้ครับ:
iOS 27 (ปลายปี 2026): ตัวท็อปของจริงภายใต้โค้ดเนม “Campos” ที่จะทำให้ Siri กลายเป็น AI Assistant เต็มรูปแบบที่เก่งกว่าเดิมหลายเท่า
ครึ่งหลังกุมภาพันธ์ 2026: Apple เตรียมจัดเดโมพิเศษ (อาจจะเชิญสื่อกลุ่มเล็กหรือปล่อยคลิปโชว์) เพื่อแสดงให้เห็นว่า Siri ที่มี Gemini อยู่ข้างในมันทำอะไรได้บ้าง
iOS 26.4 (มีนาคม – เมษายน): นี่คือเวอร์ชันที่คนทั่วไปจะได้เริ่มสัมผัส Siri แบบ “Personalized” มากขึ้น คือเริ่มรู้จักเราจริงๆ ไม่ใช่แค่รับคำสั่งเสียงเฉยๆ
WWDC (มิถุนายน 2026): งานใหญ่ประจำปีที่ Apple จะจัดหนัก เปิดตัว Siri เวอร์ชัน “แชตบอท” ที่โต้ตอบได้ลื่นไหลเหมือนนั่งคุยกับคน
Siri ใหม่เก่งขึ้นตรงไหน? (เริ่มเห็นผลใน iOS 26.4)
ถ้าถามว่า “แล้วมันเก่งขึ้นยังไง?” ให้มองไปที่ 3 แกนหลักนี้ครับ:
- มันรู้จักชีวิตเรามากขึ้น: Siri จะสามารถดึงข้อมูลจากอีเมล ตารางงาน ข้อความ หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ของคนในรายชื่อติดต่อมาประมวลผลได้ เช่น “หารูปที่ถ่ายกับแม่ที่สยามพารากอนเมื่อเดือนก่อนให้หน่อย”
- เข้าใจสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ (On-screen Awareness): สมมติเพื่อนทักมาใน LINE ว่า “ไปกินส้มตำร้านนี้กัน” พร้อมแปะลิงก์ คุณสามารถสั่ง Siri ได้เลยว่า “ช่วยจองร้านนี้ให้หน่อยตอน 6 โมงเย็น” โดยที่ Siri จะเห็นและเข้าใจว่าร้านนั้นคือร้านอะไร
- Action เก่งกว่าพูด: ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม แต่ “ลงมือทำ” แทนเราได้ เช่น สั่งให้สรุปบันทึกการประชุมแล้วส่งอีเมลหาทีมทันที
ความกังวลเรื่อง Privacy: ข้อมูลเราจะหลุดไปหา Google ไหม?
นี่คือโจทย์หินที่สุดครับ Apple กับ Google เคยออก Joint Statement ว่ายังไงก็ต้องยึดถือมาตรฐานความเป็นส่วนตัวของ Apple เป็นหลัก โดยจะใช้ระบบ Private Cloud Compute ในการประมวลผลข้อมูลที่ยากเกินกว่าเครื่องจะรับไหว เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนตัวของคุณจะไม่ถูกเก็บไว้หรือเอาไปใช้เทรน AI ต่อแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
ใครจะได้ไปต่อ? (iPhone รุ่นที่รองรับ)
ข่าวร้ายนิดหน่อยสำหรับสายประหยัดครับ เพราะคาดว่า Siri เวอร์ชันเทพนี้จะจำกัดเฉพาะ iPhone 15 Pro ขึ้นไป เท่านั้น เนื่องจากต้องใช้ชิปที่มี Neural Engine แรงพอจะรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ได้ ส่วนรุ่นเก่ากว่านั้นอาจจะได้ฟีเจอร์พื้นฐานบางส่วนครับ
สรุปส่งท้าย
เดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครับ ถ้า Apple ทำ Siri ให้ฉลาดจริงเหมือนที่คุยไว้ iPhone จะไม่ใช่แค่โทรศัพท์ แต่มันจะเป็น “เลขาฯ ส่วนตัว” ที่รู้ใจเราที่สุด ใครที่ใช้ iPhone อยู่ เตรียมตัวล้างเครื่องรออัปเดตกันได้เลย!
FAQ:
FAQ 1: ถ้า Siri ใช้ Gemini แล้วมันจะต่างจากแอป Gemini ใน App Store ยังไง? ต่างกันที่ “การเข้าถึงข้อมูล” ครับ แอป Gemini ปกติจะเข้าถึงข้อมูลลึกๆ ในระบบเครื่อง (อย่างข้อความหรือตารางนัดหมาย) ไม่ได้เท่า Siri และ Siri เวอร์ชันใหม่จะถูกปรับจูนให้ทำงานร่วมกับแอปต่างๆ ในเครื่องได้แบบไร้รอยต่อกว่ามาก
FAQ 2: ต้องเสียเงินค่าสมัครสมาชิกรายเดือนเพิ่มไหม? ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเรื่องการเก็บเงินครับ คาดว่าฟีเจอร์หลักๆ จะมาพร้อม iOS 26.4 ให้ใช้ฟรีสำหรับรุ่นที่รองรับ แต่อนาคตถ้ามีฟีเจอร์ระดับ Advance มากๆ Apple อาจจะพิจารณารวมอยู่ในแพ็กเกจ iCloud+ ก็เป็นได้
FAQ 3: ถ้าเราไม่อยากให้ Siri รู้เรื่องส่วนตัว เราปิดได้ไหม? ปิดได้แน่นอนครับ Apple ขึ้นชื่อเรื่องการให้สิทธิผู้ใช้ในการควบคุม Data อยู่แล้ว คุณจะสามารถเลือกได้ว่าจะให้ Siri เข้าถึงแอปไหนบ้าง หรือจะให้ประมวลผลเฉพาะ “บนเครื่อง” (On-device) เท่านั้นก็ได้ แต่อาจจะแลกมาด้วยความฉลาดที่ลดลงนิดหน่อยครับ

