ถ้าคิดว่าเรื่องซื้อเกาะ Greenland เป็นแค่เรื่องขำ ๆ ในอดีต คุณคิดผิดครับ! เพราะตอนนี้มกราคม 2026 ประเด็นนี้กลับมาเดือดทะลุปรอทอีกครั้ง เมื่อ Donald Trump ออกตัวแรงกว่าเดิม ไม่ใช่แค่จะขอซื้อแบบสุภาพ แต่คราวนี้มาพร้อมคำขู่และอารมณ์ส่วนตัวที่ทำเอาผู้นำยุโรปถึงกับกุมขมับ
เปิดชนวนเหตุ: เมื่อ “ความน้อยใจ” กลายเป็นนโยบายต่างประเทศ?
จุดพีคเริ่มขึ้นช่วงวันที่ 19 มกราคม 2026 เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Reuters และ Bloomberg เผยแพร่ข้อความหลุดที่ Trump ส่งถึง Jonas Gahr Støre นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ เนื้อความในนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องยุทธศาสตร์ แต่ Trump ดันไปโยงเข้ากับรางวัล Nobel Peace Prize (รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ) ที่เขาเพิ่งชวดไปในปี 2025 โดยรางวัลดันตกเป็นของ María Corina Machado ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา
Trump ตัดพ้อทำนองว่า “ในเมื่อประเทศของคุณ (นอร์เวย์ซึ่งเป็นที่ตั้งคณะกรรมการโนเบล) ไม่ยอมมอบรางวัลให้ผม ทั้งที่ผมหยุดสงครามมาแล้วตั้ง 8 แห่ง ผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องคิดถึงแต่เรื่อง ‘สันติภาพ’ อีกต่อไป” และเขายังทิ้งท้ายแบบเจ็บแสบว่า คราวนี้เขาจะทำในสิ่งที่ “ดีต่ออเมริกา” แทน ซึ่งนั่นก็คือการเดินหน้าเข้าควบคุม Greenland แบบเบ็ดเสร็จนั่นเอง
ทำไมต้อง Greenland? (ข้อมูลที่คุณอาจยังไม่รู้)
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องอยากได้เกาะน้ำแข็งนี้ขนาดนั้น? จริง ๆ แล้ว Greenland ไม่ใช่แค่เกาะเหงา ๆ แต่มันคือ “อสังหาริมทรัพย์ที่ทำเลทองที่สุดในโลกอาร์กติก” ครับ:
- สมรภูมิอาร์กติก: เมื่อน้ำแข็งละลาย เส้นทางเดินเรือใหม่ ๆ จะผ่านตรงนี้ ใครคุม Greenland ได้ คือคุมเส้นทางค้าขายแห่งอนาคต
- ขุมทรัพย์ทรัพยากร: ใต้พื้นน้ำแข็งมีแร่ธาตุหายาก (Rare Earths) ที่ใช้ทำชิปและแบตเตอรี่รถไฟฟ้าเพียบ ซึ่งตอนนี้จีนกำลังจ้องตาเป็นมัน
- ความมั่นคงระดับสูงสุด: สหรัฐฯ มีฐานทัพ Pituffik Space Base (ชื่อเดิม Thule Air Base) อยู่ที่นั่นแล้ว ซึ่งมีเรดาร์ตรวจจับขีปนาวุธข้ามทวีปที่สำคัญมาก Trump เลยมองว่า “มีแค่ฐานทัพไม่พอ ต้องเป็นเจ้าของโฉนดด้วย” ถึงจะอุ่นใจจากรัสเซียและจีน
ยุโรปไม่ได้มาเล่น ๆ: สงครามภาษีเริ่มก่อตัว
งานนี้เดนมาร์กและชาว Greenland ยืนกรานชัดเจนว่า “ไม่ได้มีไว้ขาย!” แต่รอบนี้ Trump ใช้ไม้ตายด้วยการขู่เก็บ ภาษี (Tariffs) สูงถึง 10-25% กับประเทศในยุโรปที่ไม่ยอมเปิดทางให้เขาซื้อเกาะ ไม่ว่าจะเป็นเดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส ไปจนถึงเยอรมนี
ตอนนี้ฝั่งสหภาพยุโรป (EU) เริ่ม “ตั้งการ์ด” สูงมาก มีข่าวว่ากำลังเตรียมแพ็กเกจตอบโต้ทางการค้าขนานใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า “Anti-Coercion Instrument” เพื่อดัดหลังสหรัฐฯ หากมีการบังคับใช้ภาษีจริง ๆ สถานการณ์ตอนนี้เลยกลายเป็นวิกฤตความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดที่สุดในรอบหลายสิบปีของกลุ่ม NATO
สรุป: เรื่องนี้จะจบตรงไหน?
ต้องบอกว่ารอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและยุทธศาสตร์ระยะยาว 20-30 ปีข้างหน้า ถ้า Trump ยังเดินหน้าบีบยุโรปด้วยเรื่อง Greenland ต่อไป เราอาจเห็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างความมั่นคงในอาร์กติกแบบหน้ามือเป็นหลังมือแน่นอน!
FAQ: 3 คำถามยอดฮิตดราม่า Greenland
1. สรุปแล้วตอนนี้ Greenland เป็นของใคร? Greenland เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์กครับ เขามีรัฐบาลของตัวเอง มีสิทธิขาดในการตัดสินใจเรื่องภายในเกือบทั้งหมด รวมถึงสิทธิในการประกาศเอกราชในอนาคตตามกฎหมายเดนมาร์ก ดังนั้นเดนมาร์กเองก็สั่งขายไม่ได้ถ้าคนบนเกาะไม่เอาด้วย
2. Trump มีสิทธิอะไรไปบีบให้เขาขายเกาะ? ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ “ไม่มีสิทธิ” ครับ แต่ Trump ใช้สถานะมหาอำนาจและเครื่องมือทางเศรษฐกิจ เช่น ภาษีนำเข้าและการถอนความร่วมมือด้านกลาโหม มาเป็นตัวประกันเพื่อให้ยุโรปยอมเจรจา โดยอ้างเรื่องความปลอดภัยของอเมริกาจากภัยคุกคามของรัสเซียและจีน
3. เรื่องรางวัลโนเบลเกี่ยวอะไรกับการซื้อเกาะจริงๆ หรือ? ในแง่นโยบายอาจจะไม่เกี่ยวโดยตรง แต่ในแง่ “แรงจูงใจส่วนตัว” นักวิเคราะห์มองว่า Trump ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่กว่าใครเพื่อลบปมที่ไม่ได้รางวัลสันติภาพ การได้ Greenland มาครองจะถูกบันทึกว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ (ในมุมของเขา) ซึ่งยิ่งใหญ่กว่ารางวัลใดๆ ที่คณะกรรมการในนอร์เวย์จะมอบให้


