ใครเคยเจอเหตุการณ์นี้บ้าง… พอจะกดจองตั๋วกลับบ้านช่วง สงกรานต์ หรือ ปีใหม่ แล้วต้องอุทานว่า “เช็คราคาผิดรึเปล่าเนี่ย!” จากตั๋วหลักร้อยพุ่งเป็นหลักพัน จากหลักพันทะยานไปหลักหมื่น ทั้งที่บินไปที่เดิม เวลาเดิม เครื่องลำเดิมเป๊ะ ความรู้สึกมันเหมือนเราโดนบวก “ค่าความคิดถึงบ้าน” หรือ “ค่าอยากเที่ยว” เพิ่มเข้าไปแบบไม่ปรานี
วันนี้เราจะมาคุยกันแบบภาษาคนจองตั๋วจริงๆ ว่าทำไมสายการบินถึงใจร้ายกับเราในช่วงเทศกาลขนาดนี้ แล้วมันมีทางไหนบ้างที่เราจะเอาชนะระบบราคาพวกนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งดวงอย่างเดียว
1. เข้าใจโลกของ Dynamic Pricing: ตั๋วเครื่องบินไม่มี “ราคาเดียว”
ต้องบอกก่อนว่าสายการบินไม่ได้ตั้งราคาตายตัวเหมือนป้ายราคาสินค้าในห้างครับ เขาใช้ระบบที่เรียกว่า Dynamic Pricing ควบคู่กับ Revenue Management หรือการบริหารรายได้ เป้าหมายหลักของเขาคือ “ทำยังไงก็ได้ให้ขายที่นั่งได้ในราคารวมสูงที่สุด”
ในหนึ่งเที่ยวบินจะมีการแบ่ง “ชั้นราคา” หรือ Fare Classes (โควต้าที่นั่ง) ไว้เยอะมาก เช่น:
- ชั้นโปรโมชั่น: มีแค่ 10-20 ที่นั่ง (ราคาถูกมาก เอาไว้ดึงคน)
- ชั้นประหยัด: ราคามาตรฐาน
- ชั้นกลาง: เริ่มแพงขึ้นมาหน่อย
- ชั้นพรีเมียม/Full Fare: แพงที่สุดสำหรับคนจองนาทีสุดท้าย
ทำไมเราถึงเห็นราคาแพงขึ้น? ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากพนักงานนั่งกดรีเฟรชเพื่อปั่นราคาใส่เรานะ แต่มันเกิดจาก “ที่นั่งราคาถูกถูกคนอื่นจองตัดหน้าไปหมดแล้ว” ระบบคอมพิวเตอร์จะขยับไปขายที่นั่งในชั้นที่แพงกว่าโดยอัตโนมัติทันทีครับ
2. ทำไมพอเป็น “เทศกาล” ราคามันถึงพุ่งแรงผิดปกติ
นอกจากเรื่องระบบชั้นราคาแล้ว ช่วงเทศกาลยังมีปัจจัยเสริมที่ทำให้ราคาตั๋วกลายเป็น “ราคาโหด” ดังนี้ครับ:
- ดีมานด์ทะลัก แต่ซัพพลายขยายไม่ได้: เทศกาลคือช่วงที่คนทั้งประเทศอยากขยับตัวพร้อมกัน แต่เครื่องบินมีจำนวนจำกัด นักบินและลูกเรือมีชั่วโมงบินจำกัด และที่สำคัญที่สุดคือ Airport Slots หรือช่วงเวลาขึ้น-ลงของสนามบินมันเต็มครับ ต่อให้สายการบินอยากบินเพิ่มแค่ไหน ถ้าสนามบินไม่มีคิวให้ลง เขาก็เพิ่มเที่ยวบินไม่ได้
- โปรโมชั่นไม่ต้องมี คนก็ซื้อ: ในวันธรรมดา สายการบินต้องออกโปรฯ มาอ่อยเพื่อให้คนยอมลางานไปเที่ยว แต่ช่วงเทศกาล “ไฟลต์เต็มแน่นอน” อยู่แล้ว เขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องลดราคาเพื่อดึงดูดใคร
- ต้นทุนแฝงที่สูงขึ้น: ช่วงพีคสายการบินมีค่าใช้จ่ายเพิ่มนะ ทั้งค่าโอทีพนักงาน ค่าบริหารจัดการความหนาแน่นในสนามบิน รวมถึงความเสี่ยงที่เครื่องจะดีเลย์ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ต่อเที่ยวบินอื่น
3. ทำไมรัฐบาลถึง “ควบคุมราคา” ให้ถูกเท่าวันปกติไม่ได้สักที
หลายคนสงสัยว่า ทำไมรัฐไม่สั่งให้ตรึงราคาไปเลยล่ะ? ในความเป็นจริง ตั๋วเครื่องบินเป็นสินค้าที่ “เน่าเสียง่าย” (Perishable) คือถ้าเครื่องออกแล้วที่นั่งว่าง มันคือขาดทุนทันที และการเข้าไปแทรกแซงราคาแบบดื้อๆ อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี:
- ตั๋วจะหมดเร็วสายฟ้าแลบ: ถ้าตั๋วราคาถูกเท่ากันหมด คนจะแห่ไปจองวันหยุดยาวจนหมดตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย ทำให้คนที่มีธุระจำเป็นจริงๆ หาตั๋วไม่ได้เลย
- เกิดตลาดมืด: อาจมีการกว้านซื้อตั๋วมาขายต่อ (Resell) ในราคาที่แพงกว่าเดิม
- สายการบินลดเที่ยวบิน: หากราคาถูกจนไม่คุ้มทุน สายการบินอาจย้ายเครื่องไปบินเส้นทางอื่นที่ทำกำไรได้มากกว่า แทนที่จะมาบินเส้นทางในประเทศ
ทางแก้ที่ยั่งยืนกว่าคือการ “เพิ่มการแข่งขัน” เช่น การเพิ่มสายการบินใหม่ๆ หรือขยายสนามบินให้รองรับไฟลต์ได้มากขึ้นนั่นเอง
เทคนิคการจองตั๋วให้ได้ราคาถูก (แบบใช้ได้จริง ไม่ต้องลุ้นดวง)
ถ้าไม่อยากจ่ายแพงเกินเหตุ ลองเอาวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูครับ:
- กลยุทธ์ “ขยับวันนิด ชีวิตเปลี่ยน”: ถ้าคุณยอมบินก่อนเทศกาลสัก 2 วัน หรือกลับหลังคนอื่นสัก 2 วัน ราคาอาจต่างกันหลักพัน! นอกจากนี้ การบินรอบเช้าตรู่ (05:00 น.) หรือรอบดึกสุด มักจะถูกกว่ารอบเวลาสวยๆ เสมอ
- จองใน “ช่วงนาทีทอง”:
- บินในประเทศ: แนะนำให้เริ่มเช็คจริงจังช่วง 3-8 สัปดาห์ก่อนบิน
- บินต่างประเทศ: ควรดูไว้ล่วงหน้า 2-5 เดือน
- แต่สำหรับเทศกาลใหญ่: กฎนี้ใช้ไม่ได้ครับ ยิ่งเร็วยิ่งดี (ล่วงหน้า 6 เดือนได้ยิ่งชัวร์) เพราะโควต้าตั๋วถูกมันหมดไวมากจริงๆ
- อย่ามองแค่ราคาหน้าแรก (Check the Final Price): บางสายการบินโชว์ราคาถูกมาก แต่พอรวมค่าภาษีสนามบิน ค่าตัดบัตร ค่าโหลดกระเป๋า สรุปแพงกว่าอีกเจ้าที่ดูเหมือนแพงตอนแรก ทริคคือต้องเช็ค “ราคารวมสุทธิ” ก่อนกดจ่ายเงินทุกครั้ง
- ลองไปลงสนามบินรอง: เช่น จะไปเที่ยวโตเกียว แทนที่จะลง Narita ลองดู Ibaraki หรือจะไปเชียงใหม่ช่วงเทศกาล ถ้าตั๋วเต็มลองดูสนามบินใกล้เคียงอย่างเชียงรายหรือลำปางแล้วต่อรถเอา บางทีประหยัดไปได้หลายพัน
- ตั้ง Price Alert: ใช้แอปพลิเคชันอย่าง Google Flights หรือ Skyscanner ตั้งแจ้งเตือนราคาไว้ ระบบจะส่งอีเมลบอกเราทันทีที่ราคาขยับลง ช่วยให้เราเห็นแนวโน้มราคาโดยไม่ต้องกดเข้าไปเช็คเองทุกชั่วโมง
สรุปส่งท้าย
ตั๋วเครื่องบินแพงช่วงเทศกาลเป็นเรื่องของกลไกตลาดที่หนีพ้นยาก แต่เราจัดการได้ด้วย “การวางแผน” และ “ความยืดหยุ่น” ครับ ยิ่งเราขยับตัวเร็วและไม่ยึดติดกับวันเวลาที่พิมพ์นิยมเกินไป เราก็มีโอกาสได้ตั๋วราคาเป็นธรรมมากขึ้น
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเรื่องตั๋วแพง
1. ทำไมราคาตั๋วถึงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาในวันเดียว? เพราะระบบจะอัปเดตสถานะที่นั่งแบบ Real-time ครับ ถ้ามีคนกดยกเลิกจอง ตั๋วราคาถูกอาจจะหลุดออกมา หรือถ้ามีทัวร์มาเหมาที่นั่งไป ราคาจะกระโดดขึ้นทันทีเพราะชั้นราคาถูกถูกตัดออกไปนั่นเอง
2. จองตั๋ววันอังคารตอนกลางคืนถูกที่สุดจริงไหม? เป็นความเชื่อที่เคยจริงในอดีต แต่ปัจจุบันระบบ AI ของสายการบินฉลาดขึ้นมาก ราคาจึงขึ้นอยู่กับดีมานด์จริงๆ มากกว่าวันในสัปดาห์ แต่การจองช่วงกลางสัปดาห์ (อังคาร/พุธ) มักจะได้ราคาดีกว่าจองช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ครับ
3. ใช้โหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito) ช่วยให้ตั๋วถูกลงไหม? ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสายการบินแอบปั่นราคาตาม Cookie ของเราขนาดนั้น แต่การเปิดโหมดนี้ช่วยให้เราเห็นราคาที่เป็นกลางที่สุด โดยไม่มีประวัติการค้นหาเดิมมาแสดงผลที่อาจทำให้เราสับสนได้ครับ

